วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552



ส่วนในประเทศอินเดียก่อนพุทธกาล มีหลักฐานปรากฏว่าหินถูกกำหนดให้เป็นอุปกรณ์หนึ่งในการทำนายทายทัก และนับแต่นั้นมาคนอินเดียมักใช้หินเป็นส่วนหนึ่งของการพยากรณ์ โดยเชื่อถือจากการสัมผัสและสวมใส่ หากรู้สึกว่าจะมีโชคร้าย หินที่สวมใส่อยู่ก็จะกระตุ้นเตือนออกมา และเชื่อว่าสามารถขจัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้นักพยากรณ์มักใช้หินหลายชนิดแทนเครื่องรางของขลัง เพื่อปกป้องและต่อสู้กับอำนาจมืดต่างๆ อันอาจเกิดจากอิทธิพลของดาวเคราะห์และส่งผลถึงดวงชะตาของคนเรา ซึ่งดาวเคราะห์เหล่านั้นส่งอิทธิพลในด้านลบให้ หรืออาจเกิดจากใครบางคนส่งพลังด้านลบมาให้ หินที่สวมใส่เป็นเครื่องรางก็จะคุ้มภยันตรายหรือเตือนให้ผู้เป็นเจ้าของได้ระมัดระวังตัว
แต่โดยส่วนตัวแล้ว หินบำบัดเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับจิตใจและอารมณ์มากกว่าร่างกาย เพราะในยามที่ตัวเองต้องเผชิญกับภาวะปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา มีทั้งความเครียด ความทุกข์ หรือแม้แต่เกิดความรู้สึกที่ไม่มั่่นใจในการกระทำบางสิ่งบางอย่างต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ตัวเราก็จะเลือกสวมใส่เครื่องประดับที่ทำด้วยหินไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือ เพื่อให้ร่างกายตัวเองได้สัมผัสกับพลังหินเหล่านั้นอยุ่ตลอดเวลา ความเย็นของหินที่มีคุณสมบัติในการบำบัดใจและอารมณ์ต่างๆนั้นเอง ซึ่งสามารถที่จะกล่อมเกลาอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทางดีขึ้น ไม่กระเจิดกระเจิงไปกับสถาณการณ์รอบตัว และนอกจากนี้สิ่งที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน นั่นก็คือความสงบนิ่ง สามารถจัดระเบียบอารมณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี และมีสมาธิที่ดีในการทำงานหรือกระทำกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงการมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถมองเห็นความต้องการของตัวเองได้อย่างลึกซึ้งและชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ อย่างมีสติดีมากขึ้นด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

http://video.msn.com/video.aspx?mkt=th-TH&vid=6ea41e2b-50ac-4f21-a73f-5b68c8773ef2