
2.


ชำระล้างด้วยพลังแสงจันทร์
แสงจันทร์เป็นพลังแห่งความนุ่มนวล อ่อนโยน สงบเย็น เป็นพลังที่เหมาะมากในการทำงการชำระล้าง และเป็นการเพิ่มพลังด้านบวกให้กับหิน โดยการนำไปตั้งไว้กลางแสงจันทร์ ดีที่สุดควรเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง (ขึ้น 15 ค่ำ) เพื่อให้หินได้สะสมพลังแห่งความอ่อนโยนนุ่มนวลไว้ นอกจากนี้อีกทั้งยังได้รับพลังจากน้ำค้างและต้นไม้ด้วย
3 . ล้างโดยผ่านควันธูปหรือกำยาน
ทำได้ด้วยการนำหินไปในสถานที่บูชาสิ่งศักดิ๋สิทธ์ เช่นในโบสถ์ วิหาร ที่สวดมนต์ ศาลเจ้าที่มีการจุดธูปเที่ยนสักการะบูชา หรือในห้องพระ หิ้งพระ ให้นำหินไปเหนือกระถางธูป วนขวา 3รอบ วนซ้าย3รอบ
แล้วอธิษฐานจิตเหมือนการล้างหน้า
४।เสียงบทสวดมนต์
เป็นการชำระล้างที่มัความศักดิ์สิทธ์ และเป็ฯการผ่อนคลายความตึงเครียดในจิตใจของผู้ใช้หินได้เป็นอย่างดี และเป็นการเพิ่มพลังหินให้มีพุทธคุณมากยิ่งขึ้น จะเป็นเสียงสวดมนต์ในโบสถ์ วิหาร เปิดเทปสวดมนต์ หรือสวดเองในห้องพระก็ใช้ได้
५। การล้างด้วยน้ำเกลือหรือน้ำทะเลละลายเกลือ२-3ช้อนโต๊ะ ในน้ำที่ตากแดดไว้จนอุ่น ใส่ภาชนะที่เป็นแก้วนำหินใส่ลงไปทิ้งไว้1คืน จากนั้นนำออกมาล้างน้ำสะอาด ซับและผึ่งให้แห้ง หากอยู่ใกล้หรือมีโอกาสไปทะเล นำหินใส่ถุงผ้า(ป้องกันการสูญหาย) แช่ไว้ในทะเลนานเท่าที่เราพอจะทำได้ จากนั้นนำออกมาแช่น้ำสะอาดในเวลาเท่าๆกัน
६। ล้างด้วยการฝังดิน
ขุดดินให้ลึกประมาณ1คืน นำหินไปฝังและกลบไว้7วัน ดินและแร่ธาตุต่างๆในดินจะดูดซับพลังงานด้านลบออกไป จากนั้นนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดซับและผึ่งให้แห้ง
७। ล้างด้วยเสียงดนตรี
เสียงดนตรีนอกจากจะให้ความเพลิดเพลินใจแล้ว ความสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงยังสามารถชำระล้างและดูดพลังด้านลบของหินได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลงบรรเลง ประเภทที่เรียกว่า นิวเอจ หรือเสียงจากธรรมชาติก็ได้
ทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น หลังจากทำเสร็จ เราผู้ที่จะเป็นเจ้าของหินก้อนนั้นต่อไปควรรวบรวมสมาธิ อธิษฐานจิตบอกกล่าวให้หินลืมอดีตชาติ และให้อธิษฐานให้มาอยู่กับเราซึ่งเป็นเจ้าของใหม่ และขอให้มีแต่ความสุขเจริญรุ่งเรือง มีแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่ร้ายก็ขอให้ออกไป และอธิษฐานตามใจปราถนา เสร็จแล้วให้นำหินมาลูบตามร่างกาย 9ครั้ง เป็นอันว่าเสร็จพิธี
เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ
เเคเรื่องประดับ जेवेलरी เครื่องประดับ जेवेलरी เครื่องประดับ