วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หินนกวิเศษ



หินนกวิเศษ เปรียบเหมือนตัวแทนผู้ปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ปัดเป่าเคราะห์ร้ายและสิ่งไม่ดีต่างๆ เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ไกลบ้านเกิดเมืองนอน ผู้ที่ไปต่างถิ่นแดนไกล ไม่ว่าจะไปเรียน หรือไปทำงานต่างประเทศควรที่จะสวมติดตัวไว้ เหมาะสำหรับทำเป็นเครื่องประดับเป็นอย่างมาก


หินสวัสดิกะ


สัญลักษณ์แทนองค์พระในธิเบต เป็นหินที่มีความหมายที่ดีมากอีกชนิดหนึ่ง


หินแถบ


หินชนิดนี้มีแถบขาว 3 แถบ นำมาซึ่งความโชคดีในอนาคต ประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสที่ดีขึ้นตลอดเวลา ช่วยให้การทำงาน ราบรื่นและไร้อุปสรรคขวากหนามทุกประการขจัดปัญหาอุปสรรคและความโชคร้ายที่จะมากล้ำกราย และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพลิกผลันสถานการณ์นำมาซึ่งความสำเร็จ


หินตะขอ เกี่ยวเงิน เกี่ยวทอง


เกี่ยวเงิน เกี่ยวทอง เกี่ยวโชค เกี่ยวลาภ เป็นหินแห่งโชคลาภ เงินทอง และสามารถเก็บเงินเก็บทองไม่ให้รั่วไหล อีกทั้งยังได้รับสิริมงคลสมดั่งใจ หมายความถึง ความร่ำรวยมั่งคั่ง เงินทองเข้ามาไม่ขาดสาย หากมองอย่างพินิจพิจรณาหินชนิดนี้มีสัญญลักษณ์เหมือน อุณาโลม ซึ่งมีความหมายถึงความเป็นสิริมงคลเช่นเดียวกัน

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันหยุดจ้า


พอดีอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ได้หยุดพร้อมกันเลยถือโอกาสขับรถไปเที่ยวแถวชลบุรี แล้วเลยไปแถวไร่องุ่น silver lake เลยเก็บรูปมาฝากเพื่อนๆดูที่นั่นอากาศดีมากๆเลย วิวก็สวย คิดถึงเพื่อนๆ T- REC 2 จังเลย





วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน Dzi กระดองเต่า

หิน Dzi กระดองเต่า
หมายถึงสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ หลุดพ้นจากอันตรายทั้งปวง และยังมอบพลังให้มีอายุยืนยาว เหมาะสำหรับมอบให้ผู้ใหญ่ คนชรา มารดา และอย่างที่ทราบกันดีแล้วว่า ในเนื้อหินมีธาตุแม่เหล็ก ที่ช่วยเรื่องสมดุลของระบบเลือด ทำให้ผู้สวมใส่มีสุขภาพกายและใจที่ดี บางทีเราจะพบว่า หินกระดองเต่านั้นมารวมกับหินตาอย่างเช่น หิน 6 ตากระดองเต่า หรือ หิน 9 ตากระดองเต่า เป็นที่นิยมสำหรับนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งจะทำให้เป็นหินที่หายากมากขึ้นด้วย
Posted by Picasa

หิน Dzi แจกันโภคทรัพย์

หิน Dzi แจกันแห่งโภคทรัพย์ ( Nectar Dzi Bead )
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ 1ใน8 สิ่งสำคัญในธิเบต โดยหินแจกันนี้เชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ไม่พร่อง ใช้ไม่มีวันหมด ทุกสิ่งในชีวิตจะเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง จึงเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ที่สวมใส่
หิน Dzi วัชระ
หมายถึงการปกป้องคุ้มภัย ในอดีตกาลบรรดานักรบและพระโพธิสัตว์ใช้วัชระในการดูแลปกป้องแจกันแห่งโภคทรัพย์ จึงเชื่อกันว่าหินตาวัชระนี้ ปกป้องหรือขจัดสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ ได้เช่นกัน หินตาวัชระนี้ มีสัญญลักษณ์สี่เหลี่ยมข้างหลามตัด หรือในภาษาเรียกของธิเบตว่า ตาเพชร อันประกอบไปด้วย ตาเพชร 6 ตา
ซึ่งก็คือ หิน Dzi 6 ตาอีกประเภทหนึ่ง
Posted by Picasa

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน 18 ตา 21ตา Dzi ใบโพธิ์ Dzi ดอกบัว

หิน 18 ตา( 18 Eyed Dzi Bead)
ผู้สวมใส่หิน18ตา หมายความถึง จะได้รับความมีชื่อเสียงและโชคลาภ ความมั่งมีศรีสุข และประสบผลสำเร็จสูงสุดตามความมุ่งหวังในชีวิต
หิน 21 ตา
เหมาะกับผู้ที่เกิดปีชวด ฉลู และขาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำ ส่งผลถึงความสำเร็จ นำพาความโชคดีราบรื่นและสมหวังทุกประการ
หิน Dzi ใบโพธ์
ให้ความหมายเกี่ยวกับการขจัดภัยพิบัติ และปราศจากโรคภัยต่างๆ ผู้สวมใส่ต้องใช้หลักเมตตาธรรมในการดำเนินชีวิต
หิน Dzi ดอกบัว
เป็นหินแห่งความสงบทำให้ใจเย็น ชำระล้างสิ่งไม่ดีในร่างกายและจิตใจ เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาความตึงเครียดในจิตใจ ระบบประสาททำงานผิดปกติ สวมใส่แล้วจะทำให้ใจเย็นลงมีการไตร่ตรองมากขึ้น การใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาน้อยลง ลดความตึงเครียดมองโลกในแง่ดี

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน 12 ตา


หิน 12 ตา (12 Eyed Dzi Bead)
หมายความถึง การสร้างความมั่นใจในตัวเอง สามารถเอาชนะความหวาดกลัวต่างๆ สมดังสิ่งที่ปราถนา และนำพาชื่อเสียงมาให้
หิน 13 ตา (13 Eyed Dzi Bead)
หมายความถึงความสำเร็จได้เร็ววัน สมดังใจปราถนา
หิน 15 ตา (15 Eyed Dzi Bead)
เชื่อกันว่าเป็นหินแห่งความโชคดีจากสรวงสวรรค์ ได้รับลาภลอยและโอกาสอันดีจากทุกทิศทุกทาง นั่นหมายถึง ผู้สวมใส่จะทำการใดก้ได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย ปราศจากอุปสรรคทั้งปวง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังทำโครงการใหญ่ๆ ที่มีคู่แข่งและมมีความเสี่ยง ดังสร้อยคอในภาพ จึงมีผู้นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ
Posted by Picasa

วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน 10 ตา

หิน10ตา
เชื่อว่าจะช่วยให้ทำการสิ่งใดก็จะได้รับความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ได้รับความนับหน้าถือตาในแวดวงสังคม อุปสรรคต่างๆก็จะถูกปัดเป่าไป หิน10ตามีบทบาทสำคัญในการชำระกรรมในอดีตและปัจจุบัน เพื่อส่งผลให้มีความโชคดีในอนาคต ช่วยเสริมสร้างสติปัญญาและเสริมความสามารถในการเป็นผู้นำ ช่วยในการทำงานเป็นหมู่คณะ เหมาะสำหรับผู้ที่เกิดในปี ระกา จอ และกุนที่จะนำไปทำเป็นเครื่องประดับเพื่อสวมใส่
หิน 11 ตา
หินแห่งมนตราอันประกอบไปด้วยหินสองชนิดรวมกัน คือหิน6ตา ด้านหนึ่งอันเป็นมนตราธิเบตว่า " โอม มะนี เป เม ฮุง " ของพระอวโลกิเตศวรหรือเจ้าแม่กวนอิม อีกด้านหนึ่งมี 5 ตา มีความหมายแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้ง5ภาค คือ คุณความดี ความพร้อม ความเข้าใจลึกซึ้ง ความประนีประนอม และความสำเร็จถึงพระนิพพาน ผู้สวมใส่หิน11ตา จึงได้รับความสุขทุกประการนั่นเอง

Colored Stone: Sunstone Hunting in Tibet

Colored Stone: Sunstone Hunting in Tibet

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน 8 ตา

หิน 8 ตา
เป็นหินแห่งการปกป้องคุ้มครองภัย ได้รับพรจากพระโพธิสัตว์ทั้ง8ทิศ จะช่วยปกป้องจากสิ่งแลวร้าย สิ่งไม่ดีและรอดพ้นจากความทุกข์กายทุกข์ใจจากสิ่งไม่ดีไม่งามทั้ง8ประการอันได้แก่ ความไม่เข้าใจกัน การสื่อสารที่ผิดพลาด ความไม่ใส่ใจ การถูกนำพาไปในสิ่งที่ไม่ดี ความตกต่ำ ความเหนื่อยล้า ความละเลยในสิ่งต่างๆ และความเข้าใจผิดกัน หินชนิดนี้ค่อนข้างหายาก เนื่องจากคนไทยไม่ค่อยรู้จัก แต่ความหมายดีมาก เพราะฉะนั้นคนจีนจึงนิยมสะสมเพราะเลข 8เป็นเลขมงคล
หิน 9 ตา
เป็นหินแห่งโอกาส เปิดทางให้โอกาสวิ่งเข้ามาหา และชี้ช่องให้มองเห็นในสิ่งที่เป็นโอกาส เอื้ออำนวยให้พลิกวิกฤตต่างๆ เป็นโอกาสชนิดที่ไม่มีใครคาดถึง หินชนิดนี้จะทำให้ผู้ที่สวมใส่ ได้รับมงคลทั้ง9ประการ คือ บารมี เมตตา ความรุ่งโรจน์สว่างไสว ชื่อเสียง เกรียติยศ พลังอำนาจ มีความสามารถในการควบคุมสิ่งต่างๆ ได้รับการยกย่องจากผู้คน และสามารถขจัดปัญหาปละอุปสรรคต่างๆได้ จึงเป็นที่นิยมมากในการนำมาทำเครื่องประดับ หิน9ตามีอยู่2แบบใหย่ๆคือ หิน9ตาแบบขั้นบันได และอีกชนิดหนึ่งคือ หิน9ตาแบบกระดองเต่า ชนิดนี้จะเพิ่มเรื่องอายุวัฒนะเข้ามาอีกหนึ่งประการ
ปัจจุบันนี้คนหันมาสะสมหิน9ตา เนื่องจากหิน9ตานี้อยู่บนพระเศียรขององค์พระพุทธเจ้าในวิหารโปตาลา ประเทศธิเบต รวมถึงความหมายที่ดี มีถึงมงคลทั้ง9ที่จะเกิดแก่ผู้สวมใส่ จึงทำให้มีค่ามากขึ้น ในขณะนี้หิน9ตานับเป็นหินที่มีราคาสูงมาก และเป็นที่ต้องการของตลาดมากเช่นเดียวกัน

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หิน 5 ตา

หิน5ตา
เป็นหินแห่งโชคลาภ โชคชะตา และความร่ำรวย ความมั่งคั่ง และการประสบความสำเร็จ ชีวิตจะเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี ความเชื่อของชาวธิเบต เชื่อว่าหินนี้คือ ตัวแทนของเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ความโชคดี บริวารดี อนาคตที่ดี แลการสมดั่งปราถนา หิน 5ตามีอยู่2แบบ คือ มี5ตา(หน้า3ตาหลัง2ตา) และหิน5ตาที่มีสายฟ้าอยู่ด้านหลัง ซึ่งหมายถึงความรวดเร็วทันใจดังความเร็วของสายฟ้า

หิน6ตา
มีคุณสมบัติในการปัดเป่าเรื่องร้าย อุปสรรคเคราะห์กรรม และสิ่งชั่วร้าย ชนะสิ่ง
เลวร้าย 6ประการ คือ ความก้าวร้าว ความสูญเสีย ความไม่เอาใจใส่ ความโกรธ ความ
ความละเลย และความทุกข์ยาก นอกจากนี้ ยังมีความเชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า หิน6ตา สามารถช่วยพัฒนาจิตใจที่ดีทั้ง 6 ประการ อันได้แก่ ความบันเทิงใจ ความมีจริยธรรม ความมุ่งมั่น ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ความฉลาดรอบคอบ และความตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ ผู้ที่สวมใส่หิน6ตาเป็นเครื่องประดับ นั้น หากมีความไม่สบายใจ จะสามารถบรรเทาให้ปลอดโปร่งโล่งสบายได้ หากปราถนาจะทำสิ่งใดให้สำเร็จลุล่วง หิน6ตาจะ
ช่วยกระตุ้นให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจและสำเร็จได้ดังประสงค์

หิน7ตา
หินแห่งความสำเร็จ ด้วยพรทั้ง7ประการ คือ ความสมบูรณ์ ชื่อเสียง หน้าที่การงานดี ความมั่งคั่งร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อายุยืนยาว และการสื่อสารกับสมาคมที่ดี เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ปราถนาความสำเร็จในอาชีพการงานและนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน

Posted by Picasa

หิน3ตา

เป็นหินแห่งความสุขกาย สุขใจ ความมั่งมีในโภคทรัพย์ และอายุยืนยาว หิน3ตานี้ชาวธิเบตเชื่อว่า จะทำให้ผู้สวมใส่มองเห็นโอกาส และความสามารถในการไขว่คว้า ส่วนในประเทศไทยนั้น ชาวไทยเชื้อสายจีนนิยมกันมาก เพราะเชื่อว่า หิน3ตานี้ เป็นตัวแทนของเทพ3องค์ นั่นก็คือฮก ลก ซิ่ว

หิน 3 ตามีอยู่หลายแบบ คือ หิน3ตาอย่างเดียว หิน3ตาเขี้ยวเสือ หิน3ตาวัชระ หิน3ตาดอกบัว และหิน3ตาพระ

หิน 4 ตา

เป็นหินแห่งการปกป้อง คุ้มครองให้ชีวิตปราศจากภัยและอุปสรรค เชื่อกันว่าเป็นหินที่ได้รับพรจาก พระโพธิสัตว์ทั้ง4ได้แก่ พระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร(พระมหากรุณา) พระมหาโพธิสัตว์มัญชุศรี (ปัญญาบารมี) พระมหาโพธิสัตว์กษิติครรภ์ (ความเจริญงอกงาม) และพระมหาโพธิสัตว์สมันตภัทร (พระธรรมคำสั่งสอน)

ผู้รู้บางท่านกล่าวว่า หิน4ตานี้เป็นตัวแทนของ จตุมหาราชทั้ง4ที่อยู่บนกำแพงในวิหารโปตาลา เมืองลาซา ประเทศธิเบต ได้แก่ ท้าวธตรฐ (อารักขาทิศตะวันออก) ท้าววิรูปักษ์ (อารักขาทิศตะวันตก) ท้าววิรุฬหา (อารักขาทิศใต้) และท้าวกุเวรหรือท้าวเวศสุวรรณ (อารักขาทิศเหนือ) หิน4ตา ปัจจุบีนหายากเช่นกัน เนื่องจากคนไม่ค่อยนิยมเก็บสะสมย อย

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หินธิเบต 2 ตา

เป็นหินแห่งความสมานฉันท์ สามัคคี โดดเด่นในเรื่องความสัมพันธ์ มิตรภาพ ครอบครัว เรื่องคู่ครอง ช่วยให้ครอบครัวมีความสุข ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังมีความรัก พลังของหิน2ตานี้สร้างให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างได้มากขึ้น เหมาะที่จะพกติดตัวไปเวลาที่มีการติดต่อสื่อสาร ตกลงะธุรกิจหรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีทักษะในการสื่อสารกับผู้อื่น เช่น ลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย หิน2ตานี้หากใช้ร่วมกับ Rose Quartz จะยิ่งเห็นผลในด้านความรัก จึงมักมีผู้นิยมใช้หินทั้ง2ชนิดนี้มาทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอหรือสร้อยมือ

หินธิเบต 1 ตาและ หินธิเบต ตามังกร

Posted by Picasa

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ความหมายและคุณสมบัติของหิน

หิน 1 ตา

เป็นหินแห่งปัญญาทำให้เฉลียวฉลาด สว่างไสวไปด้วยสติปัญญา เมื่อใส่แล้วจะสมหวังในสิ่งที่ปราถนา ปัจจุบันหิน1ตา ไม่เป็นที่นิยมมากนัก เพราะผู้นิยมใช้หินdziจะเน้นไปในเรื่องของโชคลาภ การเงิน มากกว่าเรื่องของสติปัญญา หิน1ตา เหมาะสำหรับเด็กๆที่อยู่ในวัยเรียน หรือช่วงที่กำลังต้องสอบแข่งขันต่างๆ ส่วนมามักจะทำเป็นเครื่องประดับ ประเภทสร้อยคอ ปัจจุบันนี้หิน1ตาหายากมาก และมีเพียงไม่กี่แบบ เช่น1ตาอย่างเดียว 1ตาผสมกับภูเขา 1ตาผสมกับสวัสดิกะ หิน1ตานี้ อยากจะแนะนำให้เพื่อนๆและผู้ปกครอง พ่อแม่ หาให้ลูกหลานติดตัวไว้ เพราะความรู้ สติปัญญา เป็นที่มาของอนาคตที่สวยงาม

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เครื่องประดับหิน dzi ในมุมมองทางวิทยาศาสตร์


ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หินดีซีไอ คือหินจากเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาแห่งคลื่นพลัง มีความลี้ลับ ณ เทือกเขาแห่งนี้ พลังที่ว่าคือ พลังแห่งความดีงามของจิตใจที่ดีแห่งพุทธศาสนา ด้วยเหตุที่ว่าเนื่องมาจากที่นั่นมีการนับถือพุทธศาสนากันอย่างเคร่งครัด ความเชื่อที่สืบทอดกันมาเป็นนับพันๆปี ด้วย

สัญญลักษณ์หรือที่เราคุ้นหูกันว่า "มนตรา" ที่ถูกสลักบนเนื้อหินนั้นอาจจะเป็นเพียงความเชื่อที่งมงายไร้สาระในสายตาหรือความรู้สึกของบางคนจึงมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้นำหินธิเบต dzi ไปวิจัยจึงทราบและพบว่าเป็นหินที่มีชื่อเรียกว่า อาเกต [Agate]หรือในตระกูล ควอตซ์ [Quartz] อื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นอัญมณี [Jewelry] ที่ช่วยเสริมมงคลด้านป้องกันภยันตรายเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย สร้างภูมิคุ้มกันโรค และเสริมสมรรถภาพทางเพศ

ในเนื้อหินประกอบด้วยแร่ธาตุจากดาวอังคารประมาณ ห้าพันปีที่แล้ว ทำให้หินชนิดนี้มีค่าความเป็นแม่เหล็กสูงถึง13วัตต์ ในขณะที่คริสตัลนั้นมีเพียง4วัตต์เท่านั้น ซึ่งปริมาณแม่เหล็กในหินนี้มีปริมาณเพียงพอที่จะทำให้ผู้สวมใส่มีระบบหมุนเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น หินธิเบตdziจึงกลายเป็นหินเพื่อสุขภาพ วิทยาศาสตร์มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า"คนเรา มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็ก และรอบตัวคนเราก็มีสนามแม่เหล็กด้วย" ซึ่งจากผลวิจัยอันนี้ได้นำไปสู่การบำบัดด้วยแม่เหล็ก กับการใช้ฝ่ามือรักษาโรคของนักพลังบำบัดต่างๆ

หินที่มีคลื่นแม่เหล็กในตัวเป็นตัวนำสนามแม่เหล็กของโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า หินธิเบตซึ่งมาจากเขาหิมาลัย หินที่มีปริมาณเหล็กในตัวเองสูง ดังนั้นเมื่อสวมใส่หินธิเบตเป็นเครื่องประดับแล้ว ร่างกายจะได้รับคลื่นแม่เหล็กจากหิน สนามแม่เหล็กจากธรรมชาติที่ผ่านมาทางหินธิเบต
เมื่อใส่หินธิเบต ในช่วงแรกอาจมีอาการมึนงง เวียนศรีษะ นั่นอาจเป็นเพราะพลังของแม่เหล็กได้ทำปฏิกิริยากับสารเฮโมโกบินในเลือด ไม่นานร่างกายก็จะปรับสมดุล จากนั้นระบบหมุนเวียนโลหิตจะดีขึ้น ทำให้สุขภาพแข็งแรงและส่งผลต่อสภาพจิตใจให้ผ่องใสสดชื่น

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเพิ่มพลังหินธิเบต


การเพิ่มพลังให้หินนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการล้างหิน หากเปรียบกับพระเครื่องก็ไม่ต่างจากการเข้าพิธีพุทธาภิเษก หากเราสวมใส่หินเป็นเครื่องประดับติดตัวเสมอ และมีการสวดมนต์ไหว้พระเป็นกิจวัตร นั่นก็เท่ากับได้เพิ่มพลังให้หินในทางอ้อมแล้ว

แต่หากต้องการทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพิธีกรรม ขอแนะนำให้เริ่มในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อรับพลังจากแสงจันทร์ ตามเหตุผลที่กล่าวไว้ตั้งแต่การล้างหินแล้ว วิธีการคือเอาหินวางไว้กลางแจ้งตลอดคืน หินจะซึมซับเอาพลังจากดวงจันทร์มาสู่ตัวเขาเอง พอรุ่งเช้าแดดเริ่มออกอ่อนๆประมาณ ๘.00จึงเก็บ

เพื่อ่นๆอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องเก็บหินก่อนที่แดดจะแรงเพิ่มขึ้น ทำไมเราจึงไม่นำหินรับพลังจากดวงอาทิตย์ ทั้งที่แสงก็แรงกว่าพระจันทร์ตั้งมากมาย ก็เพราะว่ายามที่เราสวมใส่เครื่องประดับหินนั้น หินจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อยู่แล้วในตอนกลางวัน หินจึงได้ซึมซับเอาพลังจากแสงอาทิตย์ไปด้วย

โดยที่เราไม่ต้องทำพิธีรับพลังจากดวงอาทิตย์ ยกเว้นหินที่เก็บไว้อย่างมิดชิดเป็นระยะเวลานาน ควรนำออกมารับพลังจากดวงอาทิตย์บ้าง เพื่อเป็นการเพิ่มพลัง

เมื่อเก็บหินจากการรับพลังจากดวงจันทร์แล้ว ให้นำหินไปชโลมด้วยน้ำมันจันทน์ เพื่อดูแลรักษาเนื้อหินและรักษาสมดุลทางธรรมชาติ จากนั้นควรนำหินไปรับพลังงานเสียงจากการสวดมนต์ภาวนา อาจทำได้โดยนำเอาหินมาพนมในมือแล้วสวดสรรเสริญพุทธคุณ คือ "อิติปิโส ภะคะวา" ที่เราไหว้พระในชีวิตประจำวันของเรา

ส่วนการภาวนาตามแบบธิเบตนั้นก็มี สามารถใช้คำภาวนาการออกเสียงแบบสันสกฤตว่า "โอม มะนี เป เม ฮุม"
ความหมายของคำภาวนา "โอม มะนี เป เม ฮุง"
ความหมายของแต่ละพยางค์
โอม ขอพรให้ประสบความสำเร็จ
มะ ขอพรให้จิตใจบริสุทธิ์
นี ขอพรให้มีความอดทน อดกลั้น (ขันติ)
เป ขอพรให้มีความมานะ อุตสาหะ
เม ขอพรให้มีสมาธิ
ฮุม ขอพรให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วิธีการล้างหินธิเบต


2. ชำระล้างด้วยพลังแสงจันทร์
แสงจันทร์เป็นพลังแห่งความนุ่มนวล อ่อนโยน สงบเย็น เป็นพลังที่เหมาะมากในการทำงการชำระล้าง และเป็นการเพิ่มพลังด้านบวกให้กับหิน โดยการนำไปตั้งไว้กลางแสงจันทร์ ดีที่สุดควรเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง (ขึ้น 15 ค่ำ) เพื่อให้หินได้สะสมพลังแห่งความอ่อนโยนนุ่มนวลไว้ นอกจากนี้อีกทั้งยังได้รับพลังจากน้ำค้างและต้นไม้ด้วย
3 . ล้างโดยผ่านควันธูปหรือกำยาน
ทำได้ด้วยการนำหินไปในสถานที่บูชาสิ่งศักดิ๋สิทธ์ เช่นในโบสถ์ วิหาร ที่สวดมนต์ ศาลเจ้าที่มีการจุดธูปเที่ยนสักการะบูชา หรือในห้องพระ หิ้งพระ ให้นำหินไปเหนือกระถางธูป วนขวา 3รอบ วนซ้าย3รอบ
แล้วอธิษฐานจิตเหมือนการล้างหน้า
४।เสียงบทสวดมนต์
เป็นการชำระล้างที่มัความศักดิ์สิทธ์ และเป็ฯการผ่อนคลายความตึงเครียดในจิตใจของผู้ใช้หินได้เป็นอย่างดี และเป็นการเพิ่มพลังหินให้มีพุทธคุณมากยิ่งขึ้น จะเป็นเสียงสวดมนต์ในโบสถ์ วิหาร เปิดเทปสวดมนต์ หรือสวดเองในห้องพระก็ใช้ได้
५। การล้างด้วยน้ำเกลือหรือน้ำทะเล
ละลายเกลือ२-3ช้อนโต๊ะ ในน้ำที่ตากแดดไว้จนอุ่น ใส่ภาชนะที่เป็นแก้วนำหินใส่ลงไปทิ้งไว้1คืน จากนั้นนำออกมาล้างน้ำสะอาด ซับและผึ่งให้แห้ง หากอยู่ใกล้หรือมีโอกาสไปทะเล นำหินใส่ถุงผ้า(ป้องกันการสูญหาย) แช่ไว้ในทะเลนานเท่าที่เราพอจะทำได้ จากนั้นนำออกมาแช่น้ำสะอาดในเวลาเท่าๆกัน
६। ล้างด้วยการฝังดิน
ขุดดินให้ลึกประมาณ1คืน นำหินไปฝังและกลบไว้7วัน ดินและแร่ธาตุต่างๆในดินจะดูดซับพลังงานด้านลบออกไป จากนั้นนำขึ้นมาล้างน้ำสะอาดซับและผึ่งให้แห้ง
७। ล้างด้วยเสียงดนตรี
เสียงดนตรีนอกจากจะให้ความเพลิดเพลินใจแล้ว ความสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงยังสามารถชำระล้างและดูดพลังด้านลบของหินได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเพลงบรรเลง ประเภทที่เรียกว่า นิวเอจ หรือเสียงจากธรรมชาติก็ได้
ทุกวิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้น หลังจากทำเสร็จ เราผู้ที่จะเป็นเจ้าของหินก้อนนั้นต่อไปควรรวบรวมสมาธิ อธิษฐานจิตบอกกล่าวให้หินลืมอดีตชาติ และให้อธิษฐานให้มาอยู่กับเราซึ่งเป็นเจ้าของใหม่ และขอให้มีแต่ความสุขเจริญรุ่งเรือง มีแต่สิ่งที่ดี สิ่งที่ร้ายก็ขอให้ออกไป และอธิษฐานตามใจปราถนา เสร็จแล้วให้นำหินมาลูบตามร่างกาย 9ครั้ง เป็นอันว่าเสร็จพิธี
เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับ
เเคเรื่องประดับ जेवेलरी เครื่องประดับ जेवेलरी เครื่องประดับ
http://video.msn.com/video.aspx?mkt=th-TH&vid=6ea41e2b-50ac-4f21-a73f-5b68c8773ef2