
ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ หินดีซีไอ คือหินจากเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาแห่งคลื่นพลัง มีความลี้ลับ ณ เทือกเขาแห่งนี้ พลังที่ว่าคือ พลังแห่งความดีงามของจิตใจที่ดีแห่งพุทธศาสนา ด้วยเหตุที่ว่าเนื่องมาจากที่นั่นมีการนับถือพุทธศาสนากันอย่างเคร่งครัด ความเชื่อที่สืบทอดกันมาเป็นนับพันๆปี ด้วย
สัญญลักษณ์หรือที่เราคุ้นหูกันว่า "มนตรา" ที่ถูกสลักบนเนื้อหินนั้นอาจจะเป็นเพียงความเชื่อที่งมงายไร้สาระในสายตาหรือความรู้สึกของบางคนจึงมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้น
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นได้นำหินธิเบต dzi ไปวิจัยจึงทราบและพบว่าเป็นหินที่มีชื่อเรียกว่า อาเกต [Agate]หรือในตระกูล ควอตซ์ [Quartz] อื่นๆ ซึ่งถือว่าเป็นอัญมณี [Jewelry] ที่ช่วยเสริมมงคลด้านป้องกันภยันตรายเพื่อความมั่งคั่งร่ำรวย สร้างภูมิคุ้มกันโรค และเสริมสมรรถภาพทางเพศ
ในเนื้อหินประกอบด้วยแร่ธาตุจากดาวอังคารประมาณ ห้าพันปีที่แล้ว ทำให้หินชนิดนี้มีค่าความเป็นแม่เหล็กสูงถึง13วัตต์ ในขณะที่คริสตัลนั้นมีเพียง4วัตต์เท่านั้น ซึ่งปริมาณแม่เหล็กในหินนี้มีปริมาณเพียงพอที่จะทำให้ผู้สวมใส่มีระบบหมุนเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลทำให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น หินธิเบตdziจึงกลายเป็นหินเพื่อสุขภาพ วิทยาศาสตร์มีการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า"คนเรา มีคุณสมบัติคล้ายแม่เหล็ก และรอบตัวคนเราก็มีสนามแม่เหล็กด้วย" ซึ่งจากผลวิจัยอันนี้ได้นำไปสู่การบำบัดด้วยแม่เหล็ก กับการใช้ฝ่ามือรักษาโรคของนักพลังบำบัดต่างๆ
หินที่มีคลื่นแม่เหล็กในตัวเป็นตัวนำสนามแม่เหล็กของโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า หินธิเบตซึ่งมาจากเขาหิมาลัย หินที่มีปริมาณเหล็กในตัวเองสูง ดังนั้นเมื่อสวมใส่หินธิเบตเป็นเครื่องประดับแล้ว ร่างกายจะได้รับคลื่นแม่เหล็กจากหิน สนามแม่เหล็กจากธรรมชาติที่ผ่านมาทางหินธิเบต
เมื่อใส่หินธิเบต ในช่วงแรกอาจมีอาการมึนงง เวียนศรีษะ นั่นอาจเป็นเพราะพลังของแม่เหล็กได้ทำปฏิกิริยากับสารเฮโมโกบินในเลือด ไม่นานร่างกายก็จะปรับสมดุล จากนั้นระบบหมุนเวียนโลหิตจะดีขึ้น ทำให้สุขภาพแข็งแรงและส่งผลต่อสภาพจิตใจให้ผ่องใสสดชื่น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น