วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเพิ่มพลังหินธิเบต


การเพิ่มพลังให้หินนั้นเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการล้างหิน หากเปรียบกับพระเครื่องก็ไม่ต่างจากการเข้าพิธีพุทธาภิเษก หากเราสวมใส่หินเป็นเครื่องประดับติดตัวเสมอ และมีการสวดมนต์ไหว้พระเป็นกิจวัตร นั่นก็เท่ากับได้เพิ่มพลังให้หินในทางอ้อมแล้ว

แต่หากต้องการทำให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นพิธีกรรม ขอแนะนำให้เริ่มในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง เพื่อรับพลังจากแสงจันทร์ ตามเหตุผลที่กล่าวไว้ตั้งแต่การล้างหินแล้ว วิธีการคือเอาหินวางไว้กลางแจ้งตลอดคืน หินจะซึมซับเอาพลังจากดวงจันทร์มาสู่ตัวเขาเอง พอรุ่งเช้าแดดเริ่มออกอ่อนๆประมาณ ๘.00จึงเก็บ

เพื่อ่นๆอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องเก็บหินก่อนที่แดดจะแรงเพิ่มขึ้น ทำไมเราจึงไม่นำหินรับพลังจากดวงอาทิตย์ ทั้งที่แสงก็แรงกว่าพระจันทร์ตั้งมากมาย ก็เพราะว่ายามที่เราสวมใส่เครื่องประดับหินนั้น หินจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อยู่แล้วในตอนกลางวัน หินจึงได้ซึมซับเอาพลังจากแสงอาทิตย์ไปด้วย

โดยที่เราไม่ต้องทำพิธีรับพลังจากดวงอาทิตย์ ยกเว้นหินที่เก็บไว้อย่างมิดชิดเป็นระยะเวลานาน ควรนำออกมารับพลังจากดวงอาทิตย์บ้าง เพื่อเป็นการเพิ่มพลัง

เมื่อเก็บหินจากการรับพลังจากดวงจันทร์แล้ว ให้นำหินไปชโลมด้วยน้ำมันจันทน์ เพื่อดูแลรักษาเนื้อหินและรักษาสมดุลทางธรรมชาติ จากนั้นควรนำหินไปรับพลังงานเสียงจากการสวดมนต์ภาวนา อาจทำได้โดยนำเอาหินมาพนมในมือแล้วสวดสรรเสริญพุทธคุณ คือ "อิติปิโส ภะคะวา" ที่เราไหว้พระในชีวิตประจำวันของเรา

ส่วนการภาวนาตามแบบธิเบตนั้นก็มี สามารถใช้คำภาวนาการออกเสียงแบบสันสกฤตว่า "โอม มะนี เป เม ฮุม"
ความหมายของคำภาวนา "โอม มะนี เป เม ฮุง"
ความหมายของแต่ละพยางค์
โอม ขอพรให้ประสบความสำเร็จ
มะ ขอพรให้จิตใจบริสุทธิ์
นี ขอพรให้มีความอดทน อดกลั้น (ขันติ)
เป ขอพรให้มีความมานะ อุตสาหะ
เม ขอพรให้มีสมาธิ
ฮุม ขอพรให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

http://video.msn.com/video.aspx?mkt=th-TH&vid=6ea41e2b-50ac-4f21-a73f-5b68c8773ef2